9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ!

9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ!

9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ!

9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ! บทความในหมวดหมู่ความรู้รอบตัววันนี้ จะขอพาทุกท่านไปทำความรู่จักกับ 9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ! เพราะนาฬิกาถือเป็นไอเทมสำคัญ ที่ช่วยเสริมบุคลิกของผู้ที่สวมใส่ให้ดูดีดูน่ามองขึ้นได้ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือนาฬิกามันสามารถบอกเวลาให้กับผู้ที่สวมใส่ได้ด้วย ส่วนนาฬิกาสุดคลาสสิกทั้ง 9 แบรนด์ที่จะแนะนำ จะมีแบรนด์ไหนเป็นที่นิยมบ้างนั้น เราตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก

1. Rolex Submariner

9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ!

แบรนด์แรกมาเริ่มกันที่แบรนด์สุดคลาสสิกอย่าง Rolex กันเลยค่ะ โดยรุ่นที่แนะนำคือนาฬิกาข้อมือตระกูล Submariner จากแบรนด์หรู Rolex ที่ว่ากันว่ามีอายุมาค่อนข้างยาวนาน โดยถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1953 เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่สามารถกันน้ำที่ระดับความลึก 100 เมตร หรือราว 330 ฟุตได้ ซึ่งถือเป็นตัวกำหนดมาตรฐานให้กับนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำ มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คือ กรอบเซรามิก ตัวเรือนและสายโลหะแข็งแรงทนทาน ใส่และถอดสะดวก โดยนับตั้งแต่ออกรุ่นแรกก็ได้มีการผลิต Rolex Submariner รุ่นใหม่ ๆ ออกมาตลอดจนถึงปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งรุ่นที่มีตัวเรือนเป็น Oystersteel, ทองคำ และทองคำขาว ส่วนราคาก็สมกับคุณภาพค่ะ เพราะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2 แสนบาทขึ้นไปจนถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว

2. Omega Seamaster

9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ!

นาฬิกาหรูแบรนด์ต่อมา ขอแนะนำเป็น Omega Seamaster เลยค่ะ โดย Omega Seamaster เคยได้ชื่อว่าเป็นนาฬิกาสำหรับ James Bond มานานถึง 25 ปี มีดีไซน์คลาสสิกเรียบหรู มีหน้าปัดให้เลือกทั้งสีน้ำเงินและสีอื่น ๆ พร้อมลวดลายเส้นตามแนวขวางเหมือนคลื่นทะเลหรือลายพื้นไม้ของดาดฟ้าเรือหรูนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีคุณสมบัติกันน้ำที่ดีเยี่ยมอีกด้วย ส่วนราคาก็เบา ๆ ค่ะ เพราะเริ่มต้นที่ประมาณ 150,000 บาทขึ้นไป

3. Patek Philippe Calatrava

9 แบรนด์นาฬิกาสุดคลาสสิก ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ!

Patek Philippe Calatrava เป็นนาฬิกาสุดคลาสสิกจากแบรนด์ Patek Philippe ซึ่งว่ากันว่ารุ่นที่ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1932 โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรู โดยยังคงเอกลักษณ์ต่าง ๆ เอาไว้จนถึงปัจจุบัน หน้าปัดเป็นวงกลมสีทอง พร้อมด้วยเข็มและขีดแทนตัวเลขสีทอง ซึ่งแมตช์กับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลได้อย่างลงตัว ตัวเรือนทำจาก White Gold ด้านหลังเป็น Sapphire-crystal สามารถกันน้ำได้ลึก 30 เมตร ส่วนราคามาแบบคับแน่นอน เริ่มเต้นที่ประมาณเกือบ 1 ล้านบาท

4. TAG Heuer Monaco

TAG Heuer Monaco

TAG Heuer Monaco เป็นนาฬิกาที่มีรูปลักษณ์ต่างจากแบบอื่น ๆ ที่คาดเอาไว้ โดยTAG Heuer Monaco มีหน้าปัดหลากหลายแบบ อย่างเช่นที่โดดเด่นก็จะเป็นหน้าปัดสี่เหลี่ยม มาพร้อมเข็มเล็ก Chronograph 2 เข็มสำหรับจับเวลา พื้นหลังสีน้ำเงิน Denim ประดับด้วยสีแดงบนเข็มและจุดบอกเวลา ผสมผสานออกมาเป็นสีธีมของ Steve McQueen ได้อย่างลงตัว ซึ่งเขาได้ใส่แสดงในภาพยนตร์ Le Mans ของปี 1971 นอกจากนี้ก็ยังสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตรอีกด้วย ส่วนราคาอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาทต่อเรือนค่ะ

5. IWC Portugieser Chronograph

IWC Portugieser Chronograph

IWC Portugieser Chronograph เป็นนาฬิกาแบรนด์หรูที่มาพร้อมดีไซน์หน้าปัดสีเงิน ล้อมรอบด้วยตัวบอกวินาที พร้อมเข็ม Chronograph คู่ กรอบที่ค่อนข้างบาง กับตัวเลขอารบิกบนหน้าปัด โดยรวมแล้วดูเรียบง่ายและคลาสสิก เน้นความกะทัดรัดด้วยขนาด 41 มม. ที่สามารถใส่ได้เหมาะกับข้อมือของทุกคน โดยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาทต่อเรือนค่ะ

6. Audemars Piguet Royal Oak

Audemars Piguet Royal Oak

Audemars Piguet Royal Oak เป็นนาฬิกาข้อมือหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมที่ ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครและสะดุดตาผู้คนทุกครั้งที่พบเห็น รวมทั้งเม็ดมะยมก็เป็นทรงแปดเหลี่ยมด้วยเช่นกัน ทั้งตัวเรือนและสายเป็น Stainless Steel หน้าปัดเป็นสีน้ำเงินพร้อมลวดลาย Grande Tapisserie อันเป็นเอกลักษณ์ ประดับด้วยเข็มและขีดบอกเวลาสีทองขาว ทั้งคลาสสิกและดูดีมีสไตล์ ส่วนเรื่องราคาต้องบอกว่ามาสมกับความหรูหราของตัวเรือน เพราะเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาทเลยทีเดียวค่ะ

7. A. Lange & Söhne Lange 1

A. Lange & Söhne Lange 1

A Lange & Söhne Lange 1 เป็นนาฬิกาคลาสสิกที่มีหน้าปัดดีไซน์แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร แต่แม้จะแปลกก็เป็นแปลกที่น่าครอบครอง เพราะหน้าปัดบอกเวลาจะไม่ได้มีขนาดเต็ม แต่ถูกย่อส่วนให้เล็กลง โดยพื้นที่ที่เหลือจะเป็นพื้นที่สำหรับเข็มบอกวินาที รวมทั้งบอกวันที่ โดย Lange 1 นั้นเป็นหนึ่งในนาฬิกาสุดคลาสสิกที่ได้รับรางวัลด้านดีไซน์มากที่สุด เป็นนาฬิกาที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1994 ส่วนราคาอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อเรือนค่ะ

8. Breitling Navitimer

Breitling Navitimer

Breitling Navitimer เป็นนาฬิกาสุดหรูที่มีจุดเด่นของนาฬิกา Breitling Navitimer นี้ก็คือรอบหน้าปัดจะมีตัวเลขรายละเอียดที่ดูแล้วค่อนข้างยุบยิบ ดูเหมือนจะเข้าใจยาก แต่เมื่อได้ใช้งานไปสักพักก็จะสามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้เอง อีกทั้งยังมีเข็ม Chronograph บนหน้าปัดอีก 3 เข็ม ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้ดูมีรายละเอียดและโดดเด่นมากขึ้นอีก แต่ราคาน่ารักกว่าเรือนผ่านมามาก เพราะอยู่ที่ประมาณ 250,000 บาทเท่านั้นเอง

9. Jaeger LeCoultre Reverso

 Jaeger LeCoultre Reverso

นาฬิกาหรูแบรนด์สุดท้ายที่จะแนะนำ คือ Jaeger LeCoultre Reverso เป็นอีกหนึ่งนาฬิกาดีไซน์เรียบหรูคลาสสิกที่มีหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยม โดยรุ่นนี้จะเป็นหน้าปัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมทั้งรอบเข็มย่อยก็จะมีหน้าตาเหมือนหน้าปัดเล็กในทรงสี่เหลี่ยมเช่นกัน นอกจากนี้ Jaeger LeCoultre Reverso ยังมีส่วนในการแข่งขันโปโลของเจ้าหน้าที่กองทัพอังกฤษในอินเดียในยุค 1930s อีกด้วย ส่วนราคาต่อเรือนอยู่ที่ 250,000 บาทค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับแบรนด์นาฬิกาสุดหรูที่เรานำมาแนะนำทั้ง 9 แบรนด์ในวันนี้ แต่ละแบรนด์ล้วนมีดีไซต์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์แบบสุด ๆ เลยว่าไหมคะ?

อย่าพลาดบทความดีๆ : praakrob

บทความที่น่าสนใจ : ertumdee